Article 3 (Gluten Free) เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ

 เติมเต็มสุขภาพเชิงบวก ด้วยเทรนด์อาหารปี 2010

        เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องให้อยู่ในกระแส ต้องให้ทันสมัยอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งการกินอาหาร แต่ไม่ว่าจะตามกระแสอย่างไร สิ่งที่ไม่ควรลืมก็คือ การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์

     คำถามหนึ่งที่คนสนใจกันมาก คือ “อาหารมีผลต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของคนเราจริงหรือไม่” ยิ่งในยุคนี้ตามชั้นในร้านหนังสือจะเต็มไปด้วยหนังสือจำพวกวิธีลดความอ้วนวางจนล้นชั้นไปหมด รวมไปถึงการดูแลสุขภาพภายในด้วยอาหารจากธรรมชาติ (natural foods) และผลิตภัณฑ์แนวสุขภาพ (health products) กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก การปรับปรุงสุขภาพที่ดี ยืดอายุให้ยืนยาว ผิวพรรณผุดผ่อง ตลอดจนชะลอความชราด้วยอาหาร จึงกลายเป็นแบบแผนการกินของสาวๆ รุ่นใหม่ไปเสียแล้ว
ในช่วงปีนี้อาหารจะเพิ่มบทบาทสำคัญยิ่งกว่าที่เคยทราบกันมาเสียอีก อาหารออร์แกนิกที่ดีต่อสุขภาพยังคงได้รับการถามหา และสร้างความสุขในการกินด้วยคุณค่าของความสด สะอาด ปลอดสารพิษ แต่ในขณะเดียวกันก็มี
เทรนด์อาหารแนวใหม่ที่กำลังมาแรง เกี่ยวโยงกับการเพิ่มคุณค่าให้อาหารด้วยการปรับรูปแบบอาหารจากธรรมชาติให้ตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพพร้อมๆ กับสร้างความแปลกใหม่ด้วยการผสมผสานองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ มาสรรค์สร้างให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ “นวัตกรรม” เสริมสุขภาพอย่างมากมาย
แบบแผนการกินแนวใหม่
    รายงานจากสถาบันควบคุมแคลอรี (The Calorie Control Council) เผยว่า แนวโน้มงานครัวในขณะนี้ได้เปลี่ยนจากอาหารสะดวกซื้อ เป็นการเตรียมอาหารเพื่อทำเองที่บ้าน โดยเน้นอาหารเรียบง่าย แต่ดีต่อสุขภาพ โดยอาศัยคุณค่าของผักสด ผลไม้สด ถั่วและธัญพืชครบรูปนานาชนิด ซึ่งช่วยให้ร่างกายทำงานได้เต็มขีดความสามารถ
    
    เทรนด์อาหารล่าสุดจะเป็นการผสมผสานความหลากหลาย การตระหนักรู้ถึงความเกี่ยวข้องกันระหว่างอาหารและสุขภาพได้เพิ่มความต้องการอาหารเสริมสุขภาพ (หรือที่บางคนใช้ศัพท์ว่า functional food) และอาหารที่มีหน้าที่เป็นยา (โภชนเภสัชภัณฑ์) มากขึ้น อาหารเหล่านี้ประกอบด้วยสารก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเชื่อว่าจะช่วยป้องกันและลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ พัฒนาขึ้นจากความรู้ทางโภชนาการร่วมกับเทคโนโลยีอาหาร กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ง่าย สะดวกต่อการกิน และกลายเป็นทางเลือกหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

      การเติมสารอาหารที่มีคุณค่าเชิงบวกให้แก่ร่างกายเช่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเยียวยาการเสียสมดุลในการกินอาหาร โดยเฉพาะสังคมเมือง ถือหลักเติมเต็มสิ่งที่ขาดไปในวิถีชีวิตที่มีแต่ความเครียดและเร่งรีบ ด้วยสารสกัดธรรมชาติที่เชื่อว่าจะช่วยขจัดและป้องกันความเสื่อมของเซลล์ร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มต้านอนุมูลอิสระ กลุ่มต้านมะเร็ง กลุ่มป้องกันการเสื่อมของหลอดเลือด กลุ่มช่วยเผาผลาญไขมัน และกลุ่มบำรุงสมอง

      พร้อมกันนั้นบริษัทผู้ผลิตอาหารจำนวนมากก็หันมาสร้างคุณค่าเพิ่มให้ ‘อาหารชั้นเลิศเพื่อสุขภาพ’ โดยปรับรูปแบบให้มีความแปลกใหม่ นำความแตกต่างเข้ามาเป็นจุดขาย ตามเทรนด์ของผู้บริโภคที่คาดหวังถึงอาหารซึ่งอัดแน่นด้วยแร่ธาตุและวิตามินตัวหลัก ช่วยให้กลไกต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มสมรรถนะ

มื้อนี้พิทักษ์สุขภาพ
     ความคิดใหม่ในเรื่องอาหารก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมหลากหลาย อาทิ

     เห็ดชนิดพิเศษมีวิตามินดีสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมวิตามินดี ซึ่งจำเป็นต่อการดูดซึมแคลเซียม เป็นการจับมือกันของบริษัทผู้เพาะเห็ดกับกรมการเกษตรแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งวิจัยพบว่าเมื่อวางเห็ดไว้กลางแดด เห็ดจะเกิดกระบวนการสังเคราะห์แสงผลิตวิตามินดี เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรา การกินเห็ดชนิดพิเศษนี้จึงเป็นอีกทางเลือกในการเติมวิตามินดีเพื่อป้องกันโรคกระดูกอ่อน

     ขนมปังเสริมไฟเบอร์ หลักการใหญ่ๆ คือ เป็นขนมปังที่เน้นเสริมเส้นใย เพราะไฟเบอร์เป็นของดีสำหรับร่างกาย รับรองด้วยผลการวิจัยว่าด้วยอาหารและมะเร็งครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยศึกษาวิจัยกันมาที่เรียกว่าอีพีไอซี (EPIC study) ซึ่งเฝ้าเก็บข้อมูลจากคนยุโรปจำนวน 400,000 คนใน 9 ประเทศ พบว่า กลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้น้อยที่สุด ได้แก่ กลุ่มที่กินอาหารเส้นใยมากกว่ากลุ่มอื่นครึ่งเท่า งานวิจัยนี้ปลุกกระแสการกินไฟเบอร์ให้กลับมาเป็นที่ศรัทธาอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในรูปแบบของขนมปังและเบเกอรีผสมไฟเบอร์

      เครื่องดื่มเพื่อความผ่อนคลาย บริษัทโฆษณา เจ.วอลเตอร์ ทอมป์สัน การันตีว่าเทรนด์เครื่องดื่มล่าสุดมิใช่เพื่อกระตุ้นความกระตือรือร้นอีกแล้ว ตรงกันข้าม กลับกลายเป็นเครื่องดื่มชนิดที่ช่วยผ่อนให้ร่างกายคลายเครียด คลายอารมณ์ ช่วยให้หลับสบาย ด้วยส่วนผสมของคาโมมายล์ (chamomile) โรสฮิพ (rose hip) เมลาโทนิน และรากต้นเวลีเรียน โดยนิตยสารไทม์ย้ำด้วยว่า ยอดขายเครื่องดื่มชนิดนี้พุ่งขึ้นสูงถึง 534 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 3 เดือนของปีที่ผ่านมาทีเดียว

      เส้นสปาเกตตีข้าว เป็นตัวอย่างนวัตกรรมอาหารของคนไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติยืนยันว่าข้าวไทยประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพต่างๆ เช่น สารสกัดแกมมาออริซานอล (gamma-oryzanol) สารสกัดกรดฟูรูลิก (furulic acid) ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ยิ่งหากนำข้าวมาผ่านกระบวนการทางชีวเคมีเพื่อให้เกิดเป็นสารสกัดโคจิก (kojic acid) ที่สามารถยับยั้งการสร้างเม็ดสีของผิวหนัง ตลอดจนมีโปรตีนและเปปไทด์ต่างๆ จึงมีผู้คิดสร้างสรรค์เกิดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพอย่าง เส้นสปาเกตตีข้าว ที่นอกจากจะอุดมด้วยคุณค่าดังที่กล่าวไว้ ยังมีจุดเด่นที่ปลอดกลูเตน (gluten-free) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่อาจเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดโทษได้
เพื่อเป็นการย้ำถึงคุณค่าพิเศษและความแตกต่างเหล่านี้ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ของหลายบริษัทจึงได้ย้ายฉลากโภชนาการ (nutrition facts) มาไว้ด้านหน้าซองผลิตภัณฑ์ของตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารชนิดเดียวกัน โดยเลือกผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่มีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่าได้ง่ายและเร็วขึ้น

เทรนด์ ‘น้อยหน่อยก็ดี’
     เพื่อการป้องกันและรักษาสุขภาพให้สดชื่นอยู่เสมอ เทรนด์อาหารในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีแต่เพียงการเพิ่มเติมเข้าไป หากรวมถึงสนับสนุนว่าควรลดอาหารบางประเภทลงด้วย เพื่อให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย จะได้อยู่ได้อย่างมีสุขภาพดี ซึ่งหากอะไรที่มากเกินไปก็จะเกิดความเสียหายต่างๆ ไล่ได้ตั้งแต่เล็กๆ น้อยๆ อย่างการย่อยไม่ดี เกิดไขมันส่วนเกิน ร่างกายบวมน้ำ รวมไปถึงโรคอื่นๆ ที่แย่กว่านั้น เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือมะเร็ง

      เนื้อแดง อุดมไปด้วยโปรตีนและแร่ธาตุต่างๆ แต่กินมากไปก็ไม่ดี เหตุผลคือ มีหลักฐานแน่ชัดว่าการบริโภคเนื้อแดงครั้งละมากๆ เป็นประจำติดต่อกันหลายๆ ปี อาจเกี่ยวข้องกับการเป็นมะเร็งชนิดต่างๆ ได้ ที่น่าสังเกตที่สุดคือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเคยศึกษาสตรี 9,000 คน ได้ผลออกมาว่า สตรีกลุ่มที่กินเนื้อแดงเป็นหลักทุกวัน มีแนวโน้มจะเป็นมะเร็งลำไส้ได้มากกว่ากลุ่มที่กินบ้างเล็กๆ น้อยๆ ถึงเกือบสองเท่าครึ่ง

      เกลือ รู้ๆ กันอยู่ว่าเกลือเป็นอันตรายต่อสุขภาพในหลายแง่มุม ทั้งทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุนในผู้หญิง โรคไต ร่างกายบวมน้ำ จนถึงหัวใจล้มเหลว ยักษ์ใหญ่ในวงการอาหารทั้งหลายจึงสัญญาว่าจะเลิกกระหน่ำเกลือปริมาณมหาศาลลงในบรรดาขนมปัง ซีเรียล รวมทั้งอาหารสำเร็จรูปสารพัดชนิด ปกติเราได้รับเกลือเข้าสู่ร่างกายจากการกินอาหารแปรรูปมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ข้อสำคัญจึงต้องเก็บขวดซอส น้ำปลา ออกจากโต๊ะอาหารทันที

      คาร์โบไฮเดรตแปรรูป คาร์โบไฮเดรตเกี่ยวข้องโดยตรงกับพัฒนาการของระดับการดื้ออินซูลิน ทำให้เกิดโรคตามมาไม่ว่าโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ขนมปังขาวทำให้ระดับกลูโคสเพิ่มขึ้นมากกว่าน้ำตาลเสียอีก อาหารที่มีแป้งหรือน้ำตาลฟอกสีเป็นส่วนประกอบมีไฟเบอร์ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ให้หมด จึงควรระมัดระวังในการบริโภค ยิ่งหากมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตโดยเฉพาะในตอนกลางคืน

      การกินอาหารให้น้อยลงไม่ใช่กลยุทธ์ที่ถูกต้องในการที่จะมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพ แต่เราควรที่จะเลือกกินอาหารให้ดีขึ้น ซึ่งเทรนด์อาหารในตอนนี้ก็ได้พยายามจะตอบโจทย์ดังกล่าวในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี อย่ากินอาหารตามสูตรสำเร็จใด แต่ควรเลือกสรรอาหารการกินให้ลงตัวกับสุขภาพของคุณเองมากที่สุด คำนึงถึงคุณค่าของการกินอาหารแต่ละมื้อไว้เสมอ ซึ่งจะทำให้ตัวคุณกลับคืนสู่ธรรมชาติที่สมดุลได้อีกครั้ง ร่างกายจะยินดีอย่างยิ่งและจะอยู่กับเราไปอีกนาน

ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสาร HealthTodayThailand

Visitors: 81,514